คิดถึง F4

posted on 18 Jan 2009 01:31 by kairika

ฉันหมายถึงแอฟโฟร์ที่เป็นเวอร์ชั่นไต้หวันนะค่ะ

ffff

เมื่อก่อนต้องยอมรับว่ากระแสแอฟโฟร์แรงมากทั้งละครทั้งเพลงรวมไปถึงตัวศิลปิน(ที่อาจจะรวมกลุ่มกันแบบไม่ได้ตั้งใจนัก)เป็นที่พูดถึงอย่างมากมาย ตอนนั้นเราเป็นเด็กมัธยมธรรมดา ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศได้มีการฉายละครทั้ง 2 ภาค รวมทั้งจัดคอนเสิร์ตอีกมากมาย ที่สำคัญที่สุดค่าตั๋วแพงมากเราซึ่งเป็นเด็กมัธยมธรรมดาไม่สามารถที่จะซื้อได้เลย ตอนนั้นจำได้ว่าไม่กล้าเปิดดูทีวีเลย เวลาได้ยินเสียงโฆษณาการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็แอบเสียใจทุกครั้งที่ได้ยิน ก็ไม่เข้าใจนะว่า ทำไมพ่อกับแม่ไม่อนุญาตให้เราไปดู บอกตามตรงว่าไม่เข้าใจจริงๆ เพราะเราคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีตรงไหนเลย ทุกวันนี้ก็ยิ่งเสียดายเพราะว่ามันจะไม่มีวันกลับไปเป็นอย่างเดิมได้ง่ายๆเพราะว่าเวลานี้ memberแต่ละคนงานเยอะมากๆ ก็ได้แต่เสียใจที่พลาดช่วงเวลาประวัติศาสตร์(เวอร์ไปป่าวเนี่ยเรา เราว่าไม่นะ เพราะมันเป็นเรื่องจริง)นั้น  มาวันนี้ได้ฟังเพลงเกาหลีมากมายนี้แล้วก็บอกตามตรงค่ะว่าคิดถึง คิดถึงแอฟโฟร์จากใจจริง คิดถึงเพลง หลิวชิงหยี ที่ทั้งคนแก่และเด็กเล็กๆร้องได้กันทั่วเมือง ไม่รุ้เหมือนกันว่าจะมีโอกาสแบบนั้นอีกมั้ยแต่ยังไงแอฟโฟร์ก็จะเป็นความทรงจำที่ดีเสมอ..

คนที่เป็นสาวกแอฟโฟร์อย่างเป็นทางการคงเศร้าใจกว่าเรามาก ก็ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้พี่เจอร์รี่ พี่เคน พี่วิค พี่เวนแนส มากๆนะค่ะ อย่างน้อยพวกเค้าทุกคนก็ยังโล้ดแล่นอยู่ในวงการในเราๆทั้งหลายได้ชื่นชมกันอยู่ ไม่ได้หายหน้าไปไหน และก็ขอบคุณF4ทั้งสี่คนที่ยังอยู่ในวงการ(ท่ามกลางความกดดันมากมาย ขอให้สู้ต่อไปนะค่ะ) ผลิตผลงานให้แฟนๆได้ชมกันอย่างต่อเนื่อง ขอบคุณค่ะ อยากบอกอีกครั้งว่าคิดถึงๆพวกคุณจริง เหล่าสมาชิก F4  ...

 

 

edit @ 18 Jan 2009 02:53:28 by kairy

edit @ 18 Jan 2009 02:54:24 by kairy

ไม่รุ้ว่าสิ่งที่อยู่นี่เหมาะกับตัวเองมั๊ย หลายครั้งที่ถามกับตัวเอง และหลายๆครั้งที่สับสน

แต่ว่าคำตอบของชีวิตคือการที่อยากเป็นสถาปนิก ดังนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องเรียนต่อไป

หันมองดูเพื่อนที่กำลังอ่อนหล้ากับทีซีส แต่ก็แฝงไปด้วยความสุข+ความหวังที่จะจบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เฮ้อ..

บอกตรงๆว่าอิจฉาในความเหนื่อยยากที่เพื่อนๆได้เผชิญอยู่ เกิดปมในใจว่าทำไมนะ ถ้าเพียงแต่ฉันขยันและอดทนมากกว่านี้ในวันที่ผ่านๆมาฉันคงจะได้อยู่จุดเดียวกับเพื่อนๆในวันนี้ จุดที่เหนื่อยยากและแสนสุขไปพร้อมๆกัน

ให้ฉันเปรียบเทียบคงเหมือนความสุขอย่างที่แม่กำลังจะคลอดลูกแหละมั้ง เจ็บปวดแต่แสนสุข ก็ได้แต่รอสักวันวันที่ฉันจะได้สัมผัสกับความสุขอย่างเพื่อนๆเช่นวันนี้....เศร้าจริงๆนะ อย่าคิดว่าเราทำหน้าเฉยๆสนุกไปวันๆน่ะเราไม่ได้คิดไม่ได้เครียด..แต่เพราะชีวิตมันต้องเดินต่อไปต่างหากเลยทำให้หยุดอยู่ที่ความเศร้าไม่ได้..ขอร้องว่าถ้าบางคนที่คุณไม่เข้าใจในความเจ็บปวดนี้ก็อย่าได้มาวิจารณ์ที่ทำตัวหยาบคายกับเรา เพราะมันเป็นการทำร้ายเราได้อย่างเหลือเชื่อ...

 

เรื่องเล่าของcoffee

posted on 17 Dec 2008 02:33 by kairika

 

coffee

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับต้นกำเนิดของกาแฟอยู่หลายเรื่องแต่ ที่เล่าตรงกันนั้นมีอยู่ว่า ราวคริสต์ศตวรรษที่14 บังเอิญเหลือเกินที่ชายเลี้ยงแกะชาวเอธิโอเปียชื่อคาลดี สังเกตเห็นแกะของตนร่าเริงผิดปกติ จึงแอบดูว่าจนพบว่ามันกินผลไม้ลูกสีแดงซึ่งขึ้นเองตามธรรมชาติ ด้วยความสงสัยนายคาลดีจึงลองชิมดูบ้างปรากฏว่าตัวเขาเองก็กระปรี้กระเป่าด้วยเช่นกัน กาแฟจึงเริมเป็นที่รู้จักตั้งแต่นั้น

กีตำนานหนึ่งเล่าถึงที่มาของกาแฟหรือมอคค่า เมื่อชายชาวอาหรับถูกเนรเทศไปอญู่ทะเลทรายเข้าจึงนำผลไม้ชนิดหนึ่งมาต้มดื่มเพื่อนประทังชีวิต ปรากฏว่าเขาไม่เพียงแค่รอดตายเท่านั้นเมื่อเดินทางมาถึงเมืองมอคค่า ชาวเมืองเมื่อมองเรื่องนี้ว่าเป็นปาฏิหารย์จึงตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่ต้นไม่และเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า มอคค่า